- Event Service -
เจาะลึก Immersive Interactive Experience : เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนงานคริสต์มาส ให้เป็น โลกเสมือนที่สัมผัสได้จริง
2025-12-25
3DTVTECH
/
เจาะลึก Immersive Interactive Experience : เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนงานคริสต์มาส ให้เป็น โลกเสมือนที่สัมผัสได้จริง

คริสต์มาสยุคใหม่ : จากการมองเห็น สู่ การมีส่วนร่วม
เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี เทศกาลคริสต์มาสไม่ได้มีเพียงการตกแต่งไฟต้นคริสต์มาส หรือเสียงเพลงจากป้า Mariah Carey เท่านั้น แต่ได้กลายเป็นช่วงเวลาสำคัญของการออกแบบประสบการณ์ (Experience Design) ที่ผู้ร่วมงานคาดหวังมากกว่าแค่การมองเห็น
ทีม 3DTVTECH ได้นำเทคโนโลยี Immersive และ Interactive มาผสานเข้าด้วยกัน ที่ PT Max park Salaya เพื่อยกระดับคริสต์มาส จากการจัดแสดงทั่วไป สู่ประสบการณ์ที่ผู้ร่วมงาน สามารถมีส่วนร่วมได้จริง Immersive & Interactive ผ่านเส้นทางกิจกรรมที่ออกแบบเป็น
3 Interactive Stations

รู้จักกับ Immersive Interactive Experience : หัวใจของ การออกแบบประสบการณ์
Immersive Interactive Experience คือ แนวคิดการออกแบบพื้นที่และกิจกรรม ที่ทำให้ผู้ร่วมงาน ถูกโอบล้อมด้วยประสบการณ์จาก ทุกทิศทาง ทั้งภาพ เสียง แสง และบรรยากาศ แบบ 360 องศา พร้อมกับเปิดโอกาส ให้ผู้ร่วมงานสามารถโต้ตอบ กับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ แบบเรียลไทม์
ความต่างที่เหนือกว่า : ในขณะที่ Immersive ทั่วไป อาจทำได้เพียง ให้เรายืนมองภาพสวยๆ แต่ Immersive Interactive จะเปลี่ยนเราจาก "ผู้ชม" (Viewer) ให้กลายเป็น "ผู้เล่น" (Player) ที่สามารถเคลื่อนไหว แตะ หรือส่งผลกระทบ ต่อเรื่องราวในจอ LED รอบตัวได้ทันที
เจาะลึก 3 Interactive Stations ยกระดับความสนุกที่ PT Max Park Salaya
Station 1 : Christmas – Immersive Interactive Wall Experience
Immersive Experience แบบ 360 องศา
Station นี้ได้ออกแบบภายใต้แนวคิด Immersive Experience แบบ 100% เน้นการสร้างประสบการณ์ ที่มากกว่าการรับชมผ่านสายตา แต่เป็นการพาผู้ร่วมงาน “ก้าวเข้าไปอยู่ใน” โลกของเทศกาลคริสต์มาส อย่างสมบูรณ์แบบในมิติ 360 องศา
ผู้ร่วมงานจะถูกโอบล้อมด้วย ภาพ เสียง แสง และ บรรยากาศจากทุกทิศทาง แบบ 360 ตั้งแต่ ผนังทั้งสี่ด้าน พื้น ไปจนถึงเพดาน โดยทุกส่วน ได้รับการออกแบบ ให้ทำงานร่วมกัน อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความรู้สึกว่า ผู้ร่วมงานไม่ได้ยืนอยู่หน้าจอแสดงผล แต่กำลังอยู่ ท่ามกลางหิมะ ในหมู่บ้านซานตาคลอส และใต้แสงเหนือ อย่างแท้จริง
ภายในพื้นที่เดียวกัน ได้มีการถ่ายทอดบรรยากาศ ของหมู่บ้านซานตาคลอส รถเลื่อน และแสงเหนือ มาผสานรวมกันอย่างลงตัว เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ทั่วไปให้กลายเป็น “เมืองคริสต์มาสที่มีชีวิต”
Interactive Wall ที่ตอบสนองแบบเรียลไทม์
ประสบการณ์ Immersive ภายใน Station นี้ ได้รับการยกระดับไปอีกขั้น ด้วยการนำ เทคโนโลยี Interactive Wall เข้ามาประยุกต์ใช้โดย ผนัง (LED หน้าจอเกม) จะตรวจจับการเคลื่อนไหว และการสัมผัสของผู้ร่วมงานได้ แบบเรียลไทม์
ภายในกิจกรรม ผู้ร่วมงานจะต้องช่วยกันเก็บ “ดวงดาววิเศษ” ที่ค่อย ๆ ร่วงลงมาจากท้องฟ้า เพื่อนำกลับคืนสู่ต้นคริสต์มาส ของซานตาคลอส
ทุกการเคลื่อนไหวและการสัมผัส จะเกิด เอฟเฟกต์ภาพ และเสียง ตอบสนองทันที ทำให้โลกดิจิทัลตรงหน้า มีชีวิตและ สามารถโต้ตอบกับผู้ร่วมงาน ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ส่งผลให้ผู้ร่วมงาน เปลี่ยนบทบาท จาก ผู้ชม ไปสู่ “ผู้เล่น” และกลายเป็น ส่วนหนึ่งของเรื่องราวคริสต์มาส

พื้นที่ประสบการณ์ที่ทั้งเล่นได้และถ่ายภาพได้
อีกหนึ่งจุดเด่นของ Station นี้ คือ การออกแบบพื้นที่ ให้เป็น มากกว่าพื้นที่เล่นเกม แต่เป็นพื้นที่กิจกรรม ที่รองรับทั้งการมีส่วนร่วม และการบันทึกความทรงจำ
ผู้ร่วมงานสามารถเพลิดเพลิน กับบรรยากาศหิมะตก ภายในพื้นที่ได้อย่างสมจริง พร้อมทั้ง สามารถถ่ายภาพ และวิดีโอได้จากทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน หรือเคลื่อนไหวในพื้นที่
ทุกจุดถูกออกแบบให้เป็น ฉากหลังของเทศกาลคริสต์มาส อย่างเต็มรูปแบบ และพร้อมสำหรับ การแบ่งปันบนโซเซียลมีเดีย
Station นี้จึงกลายเป็น จุดรวมของความสนุก ความประทับใจ และโมเมนต์ที่น่าจดจำ ซึ่งผู้ร่วมงานจะหยุดเล่น หยุดถ่ายภาพ และบอกต่อประสบการณ์ให้กับผู้อื่นได้

Station 2 : Christmas – Interactive Floor
การใช้เทคนิค Interactive Floor เพื่อบิ้วอารมณ์ และสร้างการมีส่วนร่วม ผ่านการเคลื่อนไหว
Station ที่ 2 ถูกออกแบบให้เป็น พื้นที่บิ้วอารมณ์ ก่อนเข้าสู่ภารกิจหลัก โดยใช้เทคนิค Interactive Floor ซึ่งเป็นพื้นอัจฉริยะ ที่สามารถตรวจจับตำแหน่ง การเดินและการเคลื่อนไหว ของผู้เล่นแบบเรียลไทม์
พื้นที่นี้จำลองบรรยากาศของ ดินแดนทวีปอาร์กติก แอ่งน้ำเย็นยะเยือก ท่ามกลางน้ำแข็ง ทุกย่างก้าวของผู้เล่น จะสร้างเอฟเฟกต์ น้ำกระเพื่อม ตามรอยเท้า ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือน กำลังเดินลุยน้ำจริง ๆ
เทคนิค Interactive Floor มีบทบาทสำคัญในการทำให้ “พื้น” ไม่ใช่แค่ทางเดิน แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ Immersive

Station 3 : Christmas – RFID Gift Experience
การใช้เทคนิค RFID เพื่อยกระดับการรับของขวัญให้เป็น Interactive Moment
Station สุดท้าย จะเป็นช่วงเวลาที่ผู้ร่วมงาน รอคอยมากที่สุด คือ การรับของขวัญจากซานต้า โดยทีมงานได้นำเทคโนโลยี RFID (Radio Frequency Identification) มาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับประสบการณ์ การรับของขวัญ ให้แตกต่างจากการแจกของทั่วไป
กล่องของขวัญทุกกล่อง ถูกติดตั้ง RFID ไว้ภายใน เมื่อผู้เล่นหยิบกล่องที่เลือก ไปวางบนแท่น ของซานต้า ระบบจะตรวจจับข้อมูล และแสดงผลทันที ว่าของขวัญชิ้นนั้นคืออะไร พร้อมภาพ เสียง และเอฟเฟกต์ ที่สร้างความรู้สึกเหมือน การเปิดของขวัญคริสต์มาสจริง ๆ
เทคนิค RFID ช่วยเปลี่ยนการรับของขวัญ จากกิจกรรมแบบทางเดียว ให้กลายเป็น Interactive Experience ที่เต็มไปด้วยความลุ้น ความสนุก และความประทับใจ ทำให้ช่วงเวลาสุดท้าย ของเส้นทางคริสต์มาส กลายเป็นความทรงจำที่น่าจดจำ สำหรับผู้ร่วมงาน
เจาะลึกเบื้องหลัง ของความสนุก

1. Immersive Experience แบบ 360 องศา
คือ การออกแบบประสบการณ์ ที่สร้างสภาพแวดล้อม ให้ผู้ร่วมงานถูกล้อมด้วย เนื้อหาและบรรยากาศ จากทุกทิศทาง ทั้งภาพ เสียง และแสง
โดยจะอาศัยระบบแสดงผล ภาพความละเอียดสูง ที่ครอบคลุมพื้นที่รอบด้าน เช่น ผนัง พื้น และเพดาน ควบคู่กับระบบเสียง แบบ Spatial Audio และการจัดแสง ที่สอดคล้องกับคอนเทนต์ เพื่อให้ทุกองค์ประกอบ ทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อ
การออกแบบ จึงจำเป็นต้องนึงถึง มุมมองรอบทิศทาง และตำแหน่งของผู้ร่วมงาน เพื่อป้องกัน ความรู้สึก หลุดจากประสบการณ์ หรือเกิดความสับสน ในการรับรู้
เมื่อ Immersive Experience ถูกผสมเข้ากับการออกแบบเชิง Interactive ประสบการณ์จะถูกยกระดับ จากการรับชมแบบทางเดียว ไปสู่ การมีส่วนร่วมจริงๆ
ผู้ร่วมงานสามารถเคลื่อนไหวได้ แบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Immersive Interactive Experience ที่ช่วยสร้างความประทับใจ และการจดจำได้ เหมาะกับงานอีเวนต์ งานเทศกาล และการตลาด เชิงประสบการณ์ ในยุคปัจจุบัน

2. Interactive Wall
ระบบแสดงผลเชิง Interactive ที่ออกแบบให้ผู้ใช้งาน สามารถโต้ตอบกับคอนเทนต์ บนหน้าจอ ผ่านการเคลื่อนไหว หรือการสัมผัสได้ โดยตรง โดยระบบทำหน้าที่เป็น Interface ระหว่างผู้ใช้งาน และสภาพแวดล้อมดิจิทัล แทนการแสดงผล แบบทางเดียว
เราใช้ Lidar ในการตรวจจับ เพื่อตรวจจับตำแหน่ง และการเคลื่อนไหว ของผู้ใช้งาน จากนั้นนำข้อมูลไปประมวลผล และแสดงภาพ เสียง หรือเอฟเฟกต์ แบบเรียลไทม์ ระบบถูกออกแบบ ให้มีความหน่วงต่ำ และความแม่นยำสูง เพื่อให้การโต้ตอบลื่นไหล และเป็นธรรมชาติ
เมื่อ Interactive Wall ถูกนำไปใช้งานร่วมกับ Immersive Experience ระบบจะทำหน้าที่ เป็นองค์ประกอบหลัก โดยผนังแสดงผล ไม่ได้ทำหน้าที่ เพียงแสดงข้อมูล แต่กลายเป็นส่วนหนึ่ง ของพื้นที่ ที่สามารถเปลี่ยนแปลง และตอบสนองตามพฤติกรรม ของผู้ใช้งานได้ อย่างไดนามิก
3. Interactive Floor
ทีม 3DTVTECH เลือกใช้เทคโนโลยี LiDAR (Light Detection and Ranging) ซึ่งเป็นเซนเซอร์ ความแม่นยำสูง ระดับเดียวกับที่ใช้ในรถยนต์ไร้คนขับ มาทำหน้าที่ Scan พื้นที่เหนือผิวพื้นเพียงไม่กี่เซนติเมตร
- -Precision Tracking : LiDAR สามารถตรวจจับ ตำแหน่งฝ่าเท้าของผู้เล่นได้ พร้อมกันหลายคน ด้วยความแม่นยำสูง
- Low Latency : ระบบประมวลผลข้อมูลการเดินแบบ Real-time และส่งค่าไปยัง ระบบแสดงผลทันที ทำให้เอฟเฟกต์ที่เกิดขึ้น ใต้เท้านั้น ขยับตามผู้เล่น อย่างเป็นธรรมชาต ิโดยไม่มีอาการหน่วง
- การสร้างประสบการณ์ร่วม : ภายในสเตชันทวีปอาร์กติก เมื่อผู้ร่วมงานเดินผ่านหน้าจอ LED ที่พื้น ระบบจะจำลอง แอ่งน้ำเย็นยะเยือก ท่ามกลางน้ำแข็ง ทุกย่างก้าว จะสร้างเอฟเฟกต์ "คลื่นน้ำกระเพื่อม" (Water Ripple Effect) ผสานกับเสียงน้ำที่สอดคล้องกัน
- Immersive Atmosphere : เมื่อใช้งานร่วมกับผนัง Immersive รอบด้าน Interactive Floor จะช่วย "เติมเต็ม" มิติทางการมองเห็น ให้รู้สึกเหมือนถูกล้อม ด้วยโลกดิจิทัล จากศีรษะจรดปลายเท้าอย่างแท้จริง
4. RFID System
ระบบ Interactive ที่ใช้เทคโนโลยี Radio Frequency Identification (RFID) เชื่อมโยงวัตถุทางกายภาพ กับคอนเทนต์ดิจิทัล โดยผู้ใช้งาน สามารถโต้ตอบ ผ่านการหยิบ จับ หรือวางวัตถุจริง ที่ฝังแท็ก RFID
ระบบจะตรวจจับ และระบุตัวตนของวัตถุ แบบอัตโนมัติ พร้อมแสดงผลภาพ เสียง หรือเอฟเฟกต์ แบบเรียลไทม์ ทำให้กิจกรรมทางกายภาพ กลายเป็นประสบการณ์ เชิงปฏิสัมพันธ์
โดยข้อมูลจากแท็ก RFID จะถูกอ่านและจับคู่ กับคอนเทนต์ ในฐานข้อมูล ก่อนแสดงผลทันที ระบบต้องออกแบบ ให้มีความแม่นยำ เสถียร และป้องกันการอ่านซ้ำซ้อน เพื่อให้การโต้ตอบ ต่อเนื่องและถูกต้อง
บทสรุป: Immersive Interactive Technology กับอนาคตของงานคริสต์มาสและงานอีเวนต์
จากการออกแบบทั้ง 3 Station จะเห็นได้ว่าเทคนิค Immersive Interactive, Interactive Wall, Interactive Floor และ RFID ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยี เพื่อสร้างความว้าว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญ ในการออกแบบประสบการณ์ ที่ทำให้ผู้ร่วมงานมีส่วนร่วม อย่างแท้จริง
งานคริสต์มาสในยุคปัจจุบัน จึงไม่ใช่แค่งานที่คนมาเดินดู แต่เป็นงานที่คนอยากเข้าไปเล่น อยากมีส่วนร่วม และอยากจดจำ หากคุณกำลังมองหาแนวคิด สำหรับงานเทศกาล งานอีเวนต์ หรือ Brand Activation ที่ต้องการสร้างความแตกต่าง และคุณค่าทางประสบการณ์
Immersive & Interactive Experience คือ คำตอบที่สามารถเปลี่ยนพื้นที่ธรรมดา ให้กลายเป็นโลกที่มีชีวิต และสร้างความทรงจำ ที่อยู่กับผู้ร่วมงานได้นานกว่า งานอีเวนต์ทั่วไป